วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

สะบาโต (ชับบาท) วันหยุดพัก เวลากำหนดของพระยาห์เวห์


สะบาโต (ชับบาท)
วันหยุดพัก เวลากำหนดของพระยาห์เวห์


อพย. 20:8 “จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์
อพย. 20:9 จงทำงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน
อพย. 20:10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นห้ามทำงานใดๆไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า
อพย. 20:11 เพราะในหกวันพระยาห์เวห์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์

คำว่าจงระลึกถึง บางฉบับใช้คำว่า จำ วันสะบาโต ซึ่งมาจากคำว่า  (zakhor) หมายถึง การเรียกคืน หรือการระลึกถึงด้วย
คำว่า “สะบาโต” หรือ Sabbath แปลว่าหยุด หรือ พัก  ซึ่งวันสะบาโตได้ถูกกำหนดว่าเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ หรือวันที่เจ็ดของการทำงานมา หกวัน ซึ่งตามที่นับกันทั่วไปก็คือวันเสาร์   เหตุผลที่กำหนดเป็นวันเสาร์หรือวันที่เจ็ด ก็เนื่องมาจากว่าเป็นวันที่พระยาห์เวห์ทรงหยุดจากการทรงสร้าง
ตัวอักษรในภาษาฮีบรู Hey – Shin – Bet – Tav = ha-Shabbat (the Shabbat)

ปฐก. 2:1 ฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน และสรรพสิ่งทั้งสิ้นที่มีอยู่ในนั้นก็ถูกสร้างเสร็จ
ปฐก. 2:2 วันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์ที่ทรงทำมานั้น ในวันที่เจ็ดนั้นก็ทรงหยุดพักจากการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ

(พระองค์เป็นพระเจ้า พระองค์เหนื่อยและต้องการพักหรือ ? เปล่าเลย เมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ พระองค์ทรงต้องการ ใช้เวลากับมนุษย์ในสวนเอเดน ในที่ที่น่าอยู่และพักสงบแห่งนั้น)

ปฐก. 2:3 พระเจ้าจึงทรงอวยพรวันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างและทรงกระทำ

คนยิวนั้นเขานับวันไม่เหมือนกับทั่วโลกทั่วไป  โดยคนยิวจะนับวันโดยเริ่มจากตะวันตกดินของเย็นวันศุกร์ 18.00 น. ไปจนถึงตะวันตกดินของอีกวัน   ฉะนั้นวันสะบาโตจึงเริ่มนับจากราวหกโมงเย็นวันศุกร์ไปสิ้นสุดเอาที่ราวหกโมงเย็นของวันเสาร์ (18.00 น.) ด้วย  นั่นก็แปลว่า สะบาโตเริ่มตั้งแต่ตั้งแต่วันศุกร์ตอนเย็นไปจนถึงวันเสาร์ตอนเย็น 18.00 – 18.00 น.

สะบาโต ในอดีตส่วนตัวผม ผมตีความสะบาโตว่า วันหยุดพัก ซึ่งก็ถูกตามนั้นแต่ผมถือวันไหนก็ได้เป็นสะบาโต แล้วแต่ผมจะเลือกเอาว่าวันไหนผมว่าง และผมก็เคยเห็นคนบางกลุ่มเข้าสู่สะบาโต แบบว่ายิวจ๋า คือแม้แต่จุดไฟเขาก็ไม่ทำ และยังประยุกต์มาถึงว่า แม้แต่จุดเตาแก๊ส หรือเปิดสวิตช์ไฟก็ทำไม่ได้ คนยิวบางกลุ่มหรือบางคนจะเปิดไฟบ้านค้างไว้ ก่อนวันสะบาโต เพื่อในสะบาโต เขาก็จะได้ไม่ต้องจุดไฟ ใช่ครับ สะบาโตของเขาคือวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่ เจ็ดของปฏิทินปัจจุบัน

สะบาโตถูกบิดเบือนให้กลายเป็นภาระไปและไม่มีความสุขแทนที่จะมีสันติสุข   เนื่องมาจากชาวยิวในสมัยก่อนได้ตีความธรรมบัญญัติในพระคัมภีร์ให้มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น  เติมหลายสิ่งปลีกย่อยลงไป ในธรรมบัญญัติ (บางทีเรียกว่ากฏของฟาริสี) เราไม่ได้โทษแต่ฟาริสีนะครับ แต่ฟาริสีมักทำอะไรให้ดูเคร่ง ให้ดูดีและดูชอบธรรมโดยการประพฤติ ให้คนอื่นเห็น จนธรรมบัญญัติเรื่องวันสะบาโตที่ทำให้เกิดการพักและสันติสุขและได้พักผ่อน  กลายเป็นภาระและปัญหา และยากลำบากขึ้นมาแทน ไม่ต่างกับการแบกภาระและอึดอัดมากกว่าวันธรรมดาเสียอีก  โดยมีข้อห้ามต่างๆถึง 39 ข้อโดยประมาณ และยังเอามาประยุกต์ในสมัยปัจจุบันด้วย

เช่น ห้ามขับรถ  เพราะการขับรถมันเกี่ยวข้องกับการจุดไฟ  (ไปเกี่ยวได้ไงไม่รู้) และการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างด้วย การก่อไฟนั้น  บางคนเคร่งขนาดไปถึงการเปิดสวิตช์ไฟฟ้าด้วย  แล้วในวันศุกร์ตอนเย็นที่จะเข้าสู่ สะบาโต จะเปิดไฟกันอย่างไร  สงสัยต้องเปิดไฟข้ามคืนกันเลยทีเดียว เราก็คงกลายเป็นพวกทำให้โลกร้อน

อาจจะมีคำถามว่า พระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตขึ้นมาทำไม  พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด   ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์   เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง

แท้จริงแล้วสะบาโตคืออะไร มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อให้เราลำบากใจจะต้องหยุดงาน ไม่ใช่เพื่อให้เราเป็นภาระ ไม่ใช่เป็นบ่วงที่ผูกมัดเรา หลายคนใช้คำว่าเสรีภาพและบัญญัติเดิมนั้นได้หมดไปแล้วเราจะสะบาโตวันไหนก็ได้ และหลายคนก็ตกอีกขอบ เข้าสะบาโตแบบวิญญาณศาสนาและฟาริสี ซึ่งเป็นภาระมากกว่าจะเป็นวันนัดพบกับพระบิดา

พระเจ้ากำหนดสะบาโตเพื่อที่เราจะได้พักผ่อนและนมัสการพระองค์ เราควรมีเวลาที่เราจะแยกตัวออกมา จากความเร่งรีบ จากงานที่วุ่นวาย ของโลกนี้ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อจิตวิญญาณของเราจะได้รับการเติมเต็ม ได้รับการชาร์จประจุพลังใหม่จากพระองค์ รับความชุ่มชื้น เป็นวันที่เราแยกวันนี้เพื่อนัดพบกับพระบิดาของเรา

พระเจ้ากำหนดสะบาโต เพื่อให้เราเข้าสู่การพัก พระเจ้ายังทรงหยุดพักในการทรงสร้างวันที่เจ็ดและนี่คือหมายกำหนดที่พระองค์จะทรงหยุดพักและให้เราทั้งหลายพักด้วยเช่นกัน เพื่อแช่อยู่กับพระองค์ ใช้เวลากับพระองค์ สัมพันธ์สนิทกับพระองค์  และครอบครัวของเราด้วย

อสย. 66:23 “จากวันขึ้นค่ำถึงอีกวันขึ้นค่ำ และจากวันสะบาโตถึงอีกวันสะบาโต มนุษย์ทั้งหมดจะมานมัสการต่อหน้าเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
ในภาษาเดิม วันขึ้นค่ำ คือ Rosh Chodesh ซึ่งแปลว่า “หัวของเดือน” หรือ “วันแรกของเดือน” เป็นวันต้นเดือนวันที่ 1 ของอิสราเอล บางฉบับใช้คำว่า New Moon

การนับสะบาโตนั้น เขาจะนับอาทิตย์คือวันแรก จนถึงวันเสาร์เป็นวันที่เจ็ด คือวันหยุดพัก วันสาร์จึงอาจจะเป็นวันสะบาโต สากลของหลายๆคน รวมถึงพวกยิวหลายๆคนด้วย บางคนเอาวันอาทิตย์เพราะยังไงวันอาทิตย์ก็ไปคริสตจักรอยู่แล้ว แต่การนับสะบาโตที่ถูกต้องนั้น ไม่ได้นับตามปฏิทินปัจจุบัน แต่นับตามดวงจันทร์

ก่อนจะเข้าสู่การนับวันของสะบาโตนั้น ไม่ใช่เพื่อผมจะยัดเยียดสิ่งนี้ให้กับใครมันเป็นเพียงข้อมูลที่หลายคนอาจจะสนใจหรือไม่สนใจ พระเจ้าทอดพระเนตรที่ความตั้งใจสู่สะบาโตที่แท้จริง แม้คนที่ยังยึดวันเสาร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโดนยึดความรอดกลับคืนไป และเขาจะผิด เพราะพระเยซูได้มาทำให้ธรรมบัญญัตินั้นสมบูรณ์เพื่อเราจะเข้าสู่ธรรมบัญญัติเดิมที่พระองค์ทรงรื้อฟื้น ในแบบที่ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป เพราะพระเยซูคือทางนั้น

mo'edim หมายถึง เวลากำหนดที่พระเจ้าได้ทรงสถาปนาขึ้น
สดด. 104:19 พระองค์ทรงตั้งดวงจันทร์ให้กำหนดฤดู ดวงอาทิตย์รู้จักเวลาตกของมัน
ในภาษาเดิม พระยาห์เวห์ทรงตั้งดวงจันทร์ให้รู้เวลากำหนด คือ Mo’edim ซึ่งหมายถึงเวลากำหนด ซึ่ง Mo’edim เป็นพหูพจน์ ของ Moed ที่แปลว่าเทศกาลของพระเจ้าหรือที่เรียกว่า The Festivals of God “mikra'ei kodesh”

เมื่อสะบาโต หรือ ชับบาท คือเวลากำหนดที่พระเจ้าสถาปนาขึ้น มันย่อมมีพระพรที่ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน เราอาจจะไม่ได้เข้าสู่สะบาโตเพื่อจะรอด เพราะโดยพระคุณเรารอดแล้ว แต่ความรอดไม่ได้หมายความว่า ยกเลิกบัญญัติ พระเยซูไม่ได้มาล้มเลิกแต่มาทำให้สำเร็จ และการที่เรารอดก็เพื่อจะเดินในธรรมบัญญัติเดิม แต่มาโฉมใหม่ ไม่ใช่โดยการพยายามแบบในอดีต ไม่ใช่การคิดค้นอะไรมาเพิ่มเติมให้เป็นภาระแบบฟาริสี (วิญญาณศาสนา) แต่เรารอดเพื่อจะเดินในธรรมบัญญัติเดิมที่พระองค์มารื้อฟื้น ที่เคยพังลง พระองค์ไม่ได้มาทำแทนเราแต่มานำเราไปโดยกางเขนของพระองค์ โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

มธ. 11:28 บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก
มธ. 11:30 ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา”
มธ. 16:24 พระเยซูจึงตรัสกับบรรดาสาวกของพระองค์ว่า “ถ้าใครต้องการจะติดตามเรา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกและตามเรามา

แอกในที่นี้ที่พระเยซูกล่าวถึง คือคำสอนของฟาริสี หรือคำสอนที่เพิ่มเติมเข้ามา และธรรมบัญญัติต่างๆที่มนุษย์ที่มีธรรมชาติบาป ไม่สามารถจะทำได้ แต่พระองค์มาทำให้สำเร็จ และไม่ได้มาล้มเลิกธรรมบัญญัติเดิมไป เราจึงได้แบกภาระที่เบา โดยพระเยซู พระเมสสิยาห์ ผู้มาเพื่อเราทั้งหลาย
พระเยซูเองก็รักษาวันสะบาโต  แต่ก็ทรงถือว่าพระองค์เป็น “นายเหนือวันสะบาโต”  (มธ.12:8; มก.2:28; ลก.6:5)

มธ. 12:8 เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้านายเหนือวันสะบาโต”
พระเยซูทรงถือธรรมบัญญัติเรื่องวันสะบาโตตามที่พระยาห์เวห์ พระบิดาได้สั่งไว้   และพระองค์ตรัสว่า “วันสะบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์  มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสะบาโต”  (มก.2:27)
มก. 2:27 พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ ไม่ได้ทรงสร้างมนุษย์ไว้เพื่อวันสะบาโต

พระเจ้าทรงตั้งวันสะบาโตไว้ มิใช่ให้เป็นภาระ แต่เพื่อให้เราก้าวเข้าสู่วันนัดพบวึ่งเป็นวันบริสุทธิ์ ทีพระองค์จะหยุดพัก และเป็นวันพิเศษที่เราจะพักพร้อมกันกับพระองค์ อยู่ในการทรงสถิต เน้นความสัมพันธ์ทั้งกับครอบครัว และกับพระบิดา

มก. 2:28 เพราะฉะนั้นบุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนายเหนือวันสะบาโตด้วย”
คำว่า “บุตรมนุษย์เป็นเจ้าเป็นนายเหนือวันสะบาโต” ไม่ได้หมายความว่า สะบาโต จะถูกยกเลิกไป และก็ไม่ได้หมายความว่า เราต้องเข้าสู่สะบาโตแบบวิญญาณ ศาสนา ผมเชื่อว่าเรายัง จุดเตาแก๊สได้ เปิดเตาแก๊สได้ ขับรถได้ เพียงแต่เราหยุดพักจากการงานของเรา ไม่ได้ทำงานในวันนั้น

ฮบ. 4:9 ฉะนั้นจึงยังมีการหยุดพักสะบาโตสำหรับประชากรของพระเจ้า
ฮบ. 4:10 เพราะว่าคนใดที่ได้เข้าสู่การหยุดพักของพระองค์แล้ว ก็ได้หยุดพักจากงานของตนเอง เหมือนอย่างที่พระเจ้าได้ทรงหยุดพักจากพระราชกิจของพระองค์ 
ฮบ. 4:11 เพราะฉะนั้น ขอให้เราพยายามเข้าสู่การหยุดพักนั้น เพื่อจะไม่มีคนหนึ่งคนใดพลาดไปทำตามอย่างคนที่ไม่เชื่อฟังเหล่านั้น

สะบาโตถูกจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า
(อพยพ 31:18, เฉลยธรรมบัญญัติ 9:10)
18 เมื่อพระองค์ตรัสกับโมเสสบนภูเขาซีนายเสร็จแล้ว จึงประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่น เป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า

10 และพระยาห์เวห์ได้ประทานศิลาจารึกสองแผ่นที่ทรงจารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระ เจ้าแก่ข้าพเจ้า บนแผ่นจารึกนั้นมีพระวจนะทั้งสิ้นซึ่งพระยาห์เวห์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายบน ภูเขาจากท่ามกลางเพลิงในวันที่ประชุมกันอยู่

เมื่อพระเยซูบอกเราว่า ไม่ได้มาลบล้างธรรมบัญญัติ แต่มาทำให้สำเร็จทุกประการ เมื่อพระวิญาณเขียนและจารึกถ้อยคำในหัวใจของเรา ในเยเรมีย์ 31:31-33 และใน ฮีบรู 10:16

ฮบ. 10:16 “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า นี่คือพันธสัญญาซึ่งเราจะทำกับเขาทั้งหลาย หลังจากสมัยนั้น เราจะบรรจุธรรมบัญญัติของเราไว้ในใจของพวกเขา และเราจะจารึกมันไว้ในจิตใจของพวกเขา”

สิ่งนี้คือธรรมบัญญัติอันเดิม พระเยซูไม่ได้มาลบล้างถ้อยคำของพระบิดา แต่มาทำใหสำเร็จ และเราก็จะสำเร็จด้วยผ่านทางพระองค์ และการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์

(เฉลยธรรมบัญญัติ 30:11)
11 “เพราะว่าพระบัญญัติซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ สำหรับท่านไม่ยากเกินไป และไม่ไกลเกินไปด้วย


ดนล. 7:25 ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุด และจะข่มเหงบรรดาผู้บริสุทธิ์ขององค์ผู้สูงสุดนั้น และจะคิดเปลี่ยนแปลงวาระและธรรมบัญญัติต่างๆ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่าน ตลอดหนึ่งวาระ สองวาระ กับครึ่งวาระ

ในดาเนียล ซาตานต้องการบิดเบือนมนุษย์ และผู้เชื่อออกจากวาระและเวลาของพระเจ้า วาระ ในบริบท คนฮีบรูในความเชื่อหมายถึง เทศกาลของพระยาห์เวห์ ธรรมบัญญัติ คือโทราห์ ที่เป็นแก่นสารและคำสอนของพระยาห์เวห์ รวมถึงบัญญัติของพระองค์ด้วย หนึ่งในนั้นคือ จงระลึก (จำ) วันสะบาโต (Sabbath) ซึ่งมันหมายความว่า ซาตานต้องการ เปลี่ยนแปลงวันบริสุทธิ์ หรือวันหยุดพักสำหรับพระองค์

Kadosh = Holy = บริสุทธิ์
มีใช่ความขาว สะอาดและไม่มีตำหนิ แต่หมายถึง การแยกไว้เฉพาะสำหรับพระยาห์เวห์
สะบาโต คือวันบริสุทธิ์ ที่แยกไว้สำหรับพระยาห์เวห์

ในอิสยาห์กุญแจของผู้เชื่อคือ
- รักพระนามของพระยาห์เวห์ และออกพระนามของพระองค์
- รักษาวันสะบาโต
- ยึดมั่นในพันธสัญญาของพระยาห์เวห์

อสย. 56:6 “และคนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระยาห์เวห์ เพื่อปรนนิบัติพระองค์และรักพระนามของพระยาห์เวห์ และเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ทุกคนที่รักษาวันสะบาโตไม่ให้เสื่อมเสีย และยึดมั่นในพันธสัญญาของเรา
อสย. 56:7 เราจะนำพวกเขามายังภูเขาบริสุทธิ์ของเรา และทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเรา เครื่องบูชาเผาทั้งตัวของเขาและเครื่องบูชาของเขา จะเป็นที่โปรดปรานบนแท่นบูชาของเรา เพราะนิเวศของเรานั้นเขาจะเรียกว่านิเวศอธิษฐาน สำหรับทุกชนชาติ”

ครับมาเข้าสู่การนับสะบาโตกัน บางข้อมูลก็อาจจะมีเหลื่อมกันไปบ้างในเรื่องวัน สัก 1 วัน

แท้จริงแล้วเดือนฮีบรูนั้นจะมี 29-30 วัน ในต้นเดือน เราจะเรียกว่า Rosh Chodesh หรือ New Moon ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 ของเดือน และวันที่ 2 (แสงแรก) ของเดือนฮีบรูนั้น จะนับเป็นวันทำงานวันที่ 1 จนไปถึงวันที่ 8 ของเดือน ซึ่งก็จะเป็นวันทำงานวันที่ 7 พอดี วันนั้นจะคือสะบาโตแรกของรอบ และจะเป็นแบบนี้ไปอีก 3 สะบาโต คือจะตรงกับวันที่ 8, 15, 22, 29 ของเดือนฮีบรู และรอบต่อไปจะรอ New Moon หรือ Rosh Chodesh ใหม่อีกครั้ง


ถ้าเราสังเกต วันที่ 15 จะเป็น Full Moon เสมอ แต่ผมไม่อยากให้เราจำแค่วัน แต่อยากให้เราฝึกที่จะดูดวงจันทร์ด้วย ซึ่งเป็นการนับที่เชื่อว่าถูกต้อง
ถ้าตามปฏิทินบ้านเรา (พุธ) จะตรงกับ ขึ้น 8 ค่ำ , ขึ้น 15 ค่ำ , แรม 7 ค่ำ , แรม 14 ค่ำ
แม้คนยิวจะนมัสการในวันเสาร์ ซึ่งจะโดยเหตุผลใดก็แล้วแต่ แต่ความจริงคือ การนับตามดวงจันทร์ ตามปฏิทิน จันทรคติ สะบาโตจะเดินตามรอบของดวงจันทร์เสมอ


กรณีที่ ถ้าเดือนที่มี 30 วัน วันที่ 30 จะถือเป็น Rosh Chodesh  วันที่ 1 ยังเป็น Rosh Chodesh แสงแรก วันที่ 2 ของเดือนก็จะเป็นวันทำงานวันที่ 1 เช่นเดิม

ฮบ. 4:9 ฉะนั้นจึงยังมีการหยุดพักสะบาโตสำหรับประชากรของพระเจ้า
ฮบ. 4:10 เพราะว่าคนใดที่ได้เข้าสู่การหยุดพักของพระองค์แล้ว ก็ได้หยุดพักจากงานของตนเอง เหมือนอย่างที่พระเจ้าได้ทรงหยุดพักจากพระราชกิจของพระองค์

สะบาโตดังที่กล่าวมา อาจจะเป็นเรื่องยาก แม้จะเป็นวันเสาร์ หรือตามรอบดวงจันทร์ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถหยุดพักในรอบของ จันทรคติได้ แต่ถ้าท่านมีหัวใจที่จะเชื่อฟัง และใช้วันใดวันหนึ่งในสัปดาห์ซึ่งอาจจะเป็นวันเสาร์ ตามคนยิวบางส่วน และในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่หัวใจของเรา ความตั้งใจในการเชื่อฟังธรรมบัญญัติซึ่งเป็นคำสอนและเปี่ยมด้วยความปรารถนาดีของพ่อ และในวันดังกล่าว ท่านอาจจะหาเวลาที่ว่างจากเลิกงาน แช่และพักในการทรงสถิต ของวันพิเศษในวันนั้น ผมเชื่อว่าท่านจะพบกับการพักสงบที่พิเศษมากกว่าวันใดๆ

สะบาโต ผมเชื่อว่าทุกท่านเห็นความสำคัญ หลายคนอาจจะมีสะบาโต ซึ่งวันแตกต่างกันไป และผมก็เชื่อว่าทุกสะบาโตของท่าน มีอะไรพิเศษกับพระเจ้าทุกๆคนแน่นอน แต่ถ้าเข้าถูกวันซึ่งเป็นวันนัดพบของพระเจ้าจริงๆ จะมีอะไรพิเศษมากกว่าวันอื่นๆ พระเจ้าเปิดเผยผมบางอย่างว่า วันหยุดถ้า พ่อ กับลูกมาเจอกัน มันจะไม่พิเศษไปกว่าเจอกันวันธรรมดาหลังจากพ่อเลิกงาน และลูกกลับจากโรงเรียนหรือ วันหยุดพร้อมกัน เป็นวันที่เรากับพระเจ้ามีนัดกันและจะมีความสุขร่วมกันในครอบครัว

มธ. 12:8 เพราะว่าบุตรมนุษย์เป็นเจ้านายเหนือวันสะบาโต”
แน่นอนเมื่อพระองค์มา พระองค์ไม่ได้มาล้มเลิกธรรมบัญญัติเดิม มธ. 5:17 “อย่าคิดว่าเรามาล้มเลิกธรรมบัญญัติและคำของบรรดาผู้เผยพระวจนะ เราไม่ได้มาล้มเลิก แต่มาทำให้สมบูรณ์ทุกประการ

พระองค์มาเพื่อรื้อฟื้นธรรมบัญญัติเดิม คำสอนที่บิดเบือน และธรรมชาติบาปที่เราไม่สามารถเข้าถึงคำสอนที่แท้จริงๆได้ พระองค์มาทำให้สำเร็จทุกประการ พระองค์ไม่ได้เข้าสู่สะบาโตแบบ กฎฟาริสี เพราะพระองค์ก็รักษาโรค และโต้แย้งกับคนเหล่านั้น  บัดนี้พระองค์เป็นเจ้านายเหนือสะบาโต พระองค์คือสะบาโตที่แท้จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า วันเวลาที่พระเจ้ากำหนด ได้ถูกยกเลิกไปโดยพระองค์เอง แต่พระองค์มาเติมเต็มมาทำให้สำเร็จและสมบูรณ์ เมื่อพระองค์ตรัสว่า ยน. 14:6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา

ผมเชื่อว่าถ้อยคำตอนนี้ไม่ได้หมายถึง ชีวิตหลังจากที่เราจากโลกนี้ไปเท่านั้น แต่หมายถึง ความจริง (ความจริงในภาษาฮีบรู = โทราห์) และฉบับภาษาฮีบรู พระองค์ทรงเป็นโทราห์ ที่มีชีวิต (ยอห์น 1:1) การที่เราจะก้าวไปพบพระบิดาได้ ไม่มีทางใดเลยที่เราจะไปได้นอกจากทางพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้มาฉีกและทำลายกฎเกณฑ์เดิมที่ถูกบิดเบือนไป ให้เข้าสู่วันพักสงบที่แท้จริงตามพระประสงค์ของพระบิดา

วันสะบาโต ของพระบิดายังคงอยู่ วันสะบาโตในบัญญัติ 10 ประการยังไม่ถูกยกเลิก เพราะพระเยซูไม่ได้มายกเลิกแต่มาทำให้สำเร็จ และให้เราไปถึง พระองค์มานำเราไปด้วยแอกที่เราจะแบกร่วมกันไปกับพระองค์และมันจะไม่เป็นภาระอีกต่อไป พระองค์ยังทำกิจวันสะบาโต

มธ. 12:10 ที่นั่นมีคนหนึ่งที่มือข้างหนึ่งลีบ คนทั้งหลายถามพระองค์ว่า “การรักษาโรคในวันสะบาโตนั้นต้องห้ามหรือไม่?” เพื่อเขาทั้งหลายจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้
มธ. 12:11 พระองค์จึงตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “ถ้าใครในพวกท่านมีแกะตัวหนึ่ง และแกะตัวนั้นตกบ่อในวันสะบาโต คนนั้นก็จะฉุดลากแกะตัวนั้นขึ้นมาไม่ใช่หรือ?
มธ. 12:12 มนุษย์คนหนึ่งย่อมประเสริฐยิ่งกว่าแกะมากทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงอนุญาตให้ทำการดีได้ในวันสะบาโต”
มธ. 12:13 แล้วพระองค์ตรัสกับคนมือลีบนั้นว่า “จงเหยียดมือออกเถิด” เขาก็เหยียดออก และมือนั้นก็หายเป็นปกติเหมือนมืออีกข้างหนึ่ง
มธ. 12:14 พวกฟาริสีก็ออกไปปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรจึงจะฆ่าพระองค์ได้

พระองค์ไม่ได้หมายความว่า เราต้องไม่เดินกี่ก้าว หรือห้ามทำอะไรเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะวิ่งออกไปรับใช้พันธกิจ หรือจัดงานประกาศ แต่ถ้าเราเจอใครสักคนที่เดือดร้อน เราก็สามารถช่วยเขาได้ นี่คือสะบาโตในแบบของพระเยซู พระเมสสิยาห์  เพียงแต่เราเข้าสู่สะบาโต ด้วยความตั้งใจที่จะไปตามเวลานัดหมายของพระบิดา ผู้ทรงนามว่า ยาห์เวห์ทางพระเยซูคริสต์

บัดนี้เราเข้าสู่สะบาโต (sabbath) ในแบบของพระเยซู เรายังทำกับข้าวได้ หุงหาอาหารได้ ขับรถได้ เปิดสวิตช์ไฟได้ตลอดเวลา พระเยซูทำให้เราดูเป็นแบบอย่างแล้วว่า สะบาโต ไม่ใช่การไม่ใส่ใจกับวัน เพราะวันเวลาที่พระยาห์เวห์กำหนดและนัดหมายสำคัญ และไม่มีวันจะถูกยกเลิก แต่ท่าทีที่เข้าสู่สะบาโตเราเป็นอย่างไรต่างหาก แม้เราเข้าสู่สะบาโตถูกวันที่กำหนด แต่ท่าทีเป็นวิญญาณศาสนา เพื่ออวดความชอบธรรมตนเองก็เปล่าประโยชน์

ขอหนุนใจอีกครั้งว่า พระเจ้าทอดพระเนตรที่หัวใจของเราที่กระหายสู่สะบาโตและเวลานัดหมายของพระองค์ แม้เราไม่ว่างในวันเวลาดังกล่าว ผมหนุนใจว่า เราใช้วันเสาร์เป็นสากลแล้วค่อยๆปรับได้ ส่วนวันที่เรานับนั้น เราอาจจะใช้ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่ว่างปลีกตัวออกมา แยกออกมาจากความวุ่นวายและเปิดเพลงโซคกิ้ง พักสงบในพระองค์และแช่ตัวกับบทเพลงแห่งการทรงสถิตครับ

สดด. 23:1 พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
สดด. 23:2 พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ
สดด. 23:3 พระองค์ทรงคืนความสดชื่นแก่ชีวิตข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
สดด. 23:4 แม้ข้าพระองค์จะเดินฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพระองค์
สดด. 23:5 พระองค์ทรงจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาคู่อริของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ถ้วยของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
สดด. 23:6 แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์สืบไปเป็นนิตย์

ถ้าท่านอ่านบทความนี้ในวันสะบาโต ผมขอทักทายท่านด้วยคำว่า Sabbath Shalom ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เหตุผลที่เราควรยึด (เข้าสู่) สะบาโต ในพระคัมภีร์
http://missionkorat.blogspot.com/2012/10/blog-post_25.html

ชาโลม
ขอพระเจ้าอวยพระพร
Ktm.shachah

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น